http://rukthaiclub.igetweb.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com
 

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

สถิติ

เปิดเว็บ29/11/2009
อัพเดท11/01/2010
ผู้เข้าชม72,610
เปิดเพจ116,235

ที่ปรึกษาโครงงาน

ภาษาไทย

สำนวนไทย

ข้อสอบ O-net

ข้อสอบ A - net

แนวข้อสอบ Gat - Pat

ทีมงาน

Alternative content

iGetWeb.com

ตัวอย่างสำนวนไทย อักษร ป - อ

  เป็นเงาตามตัว 
คอยติดตามอยู่ตลอดเวลา, เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามไปด้วย 
         เป็นดั้งหน้า 
ออกหน้ามาคอยป้องกัน 
         เป็นหุ่นให้เชิด 
อยู่ในฐานะหรือตำแหน่งที่ต้องทำตามที่เขาสั่ง 
         เป็นหูเป็นตา 
ช่วยสดับตรับฟังและดูแลรักษาแทน 
         แปดเหลี่ยมแปดคม, แปดเหลี่ยม สิบสองคม 
มีเล่ห์เลี่ยมมาก,เล่ห์กลมายามาก ไปตายเอาดาบหน้า ยอมไปเผชิญกับความทุกข์ และความลำบากข้างหน้า 
         ไปวัดไปวาได้
มีรูปร่างหน้าตาดี พอจะอวดเขาได้ 
         ไปไหนมาสามวาสองศอก 
ถามอย่างหนึ่งตอบไปอีกอย่างหนึ่ง 
         ไปอย่างน้ำขุ่นๆ 
พูดเข้าตัวหลบเลี่ยงไปอย่างข้างๆคูๆ 
         ปลาใหญ่กินปลาเล็ก
หมายถึง คนที่มีอำนาจราชศักดิ์หรือเป็นใหญ่เป็นโตก็ย่อมข่มคนที่เป็นผู้น้อยกว่าได้หรือจะเปรียบเอาว่า คนที่มีกำลังน้อยกว่าก็ย่อมมีภาษีเหนือกว่าคนที่อ่อนแอได้ ตามหลักธรรมดาทั่วไปที่ว่า “ปลาใหญ่กิน     ปลาเล็ก” และ “ปลาเล็กตอนปลาน้อย” กินกันเป็นทอด ๆ ไป
         ปลาข้องเดียวกัน ตัวหนึ่งเน่า ก็พลอยพาให้เหม็นไปด้วย
สำนวนนี้ค่อนข้างจะยาวไปสักหน่อย แต่ก็เป็นที่จำได้ง่าย หรือใช้กันทั่วไป มีความหมายว่า คนที่อยู่ร่วมกัน ถ้าคนใดคนหนึ่งทำมิดี หรือทำชั่วก็พลอยให้คนอื่น ๆ ที่อยู่ร่วมกันเสียไปด้วย
         ปลาตกน้ำตัวโต
เป็นสำนวนที่หมายถึง การทำสิ่งใดที่เสียหรือสูญหายไปเพียงเล็กน้อย แต่พลอยเพิ่มเติมว่า ของที่สูญไปนั้นมีราคามากกว่าความจริง เป็นการเอาปลาที่ตกน้ำ แล้วว่ายหายไป มาเปรียบเทียบเพราะไม่มีใครเห็นขนาดแท้จริงของปลา
         ปลาติดหลังแห
สำนวนนี้บางทีก็พูดว่า “ปลาติดร่างแห” แต่ที่ถูกต้องเป็น “ปลาติดหลังแห” เพราะมีความหมายว่า คนที่ต้องพลอยมีส่วนเข้าไปพัวพันเกี่ยวข้อง หรือรับเคราะห์ร่วมกับคนอื่น ๆ ด้วยโดยที่ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแม้แต่นิด เช่น พลอยถูกจับร่วมไปกับวงการพนัน โดยที่ตนไม่ได้ร่วมวงเล่น แต่บังเอิญผ่านเข้าไปทางนั้น คำว่า “ติดหลังแห”หมายถึงปลาที่คอยติดอยู่นอกแหขึ้นมาเวลาสาวแหขึ้นจากน้ำ
         ปลาหมอตายเพราะปาก
หมายถึงคนที่ชอบพูดพล่อย ๆ รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือพูดแสดงความอวดดี จนตัวเองต้องรับเคราะห์ก็เพราะปากของตนเอง สำนวนนี้มาจากปลาหมอที่อยู่ในลำน้ำ มักชอบผุดขึ้นฮุบเหยื่อหรือน้ำบ่อย ๆ จนเป็นที่สังเกตของนักจับปลาได้ว่า ปลาหมออยู่ตรงไหน ก็เอาเบ็ดล่อลงไปตรงนั้นไม่ค่อยพลาด จึงเรียกว่า ปลาหมอตายเพราะปาก
         ปล่อยเสือเข้าป่า ปล่อยปลาลงน้ำ
สำนวนนี้มีความหมายอย่างเดียวกันทั้งสองประโยคที่ว่า การปล่อยให้บุคคลสำคัญ หรือศัตรูที่เราจับได้กลับไปสู่แหล่งเดิมของมัน เพราะเสือย่อมอยู่ในป่า และปลาอยู่ในน้ำ เมื่อมันกลับสู่รังธรรมชาติของมันแล้ว กำลังวังชาของมันก็ย่อมมีขึ้นอย่างเดิม มันอาจจะเป็นเหตุให้ศัตรูกลับมาคิดแก้แค้นเราได้ภายหลัง

-------------------------------------------------****************************----------------------------------------------

ผัวหาบเมียคอน
         โบราณนำชีวิตของผัวเมียที่มีความขยันขันแข็งมาเป็นสำนวนคำพังเพยเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจของคน ซึ่งขออธิบายความเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจสักเล็กน้อย “หาบ” คือการที่ใช้ไม้คานสอดกับหูกระบุงหรือตะกร้า หรือกระจาด สองข้างใช้บ่าหาบไป “คอน” คือการใช้ไม้ หรือไม้คานสอดหูกระจาด กระบุง หรือตะกร้า เพียงใบเดียวพาดบ่า บางสำนวนใช้คำว่า “ชายหาบ หญิงคอน” หรืออาจจะเป็น “ผัวหาบ เมียกระเดียด (ใช้กระจาดค้ำที่สะเอวด้วยมือข้างใดข้างหนึ่ง) อย่างละครร้องเรื่อง “มะเทิ่ง เม้ยเจิง” ก็ได้ ในที่นี้โบราณหมายความว่า ช่วยกันทำมาหากินทั้งผัวทั้งเมีย

-ผัดวันประกันพรุ่ง
         โบราณนำคำว่า “ผัดวัน” ที่มหายถึงการขอเลื่อนเวลา หรือเลื่อนวัน “ประกันพรุ่ง” คือการรับว่าพรุ่งนี้จะสำเร็จ (ซึ่งบางทีก็ไม่เสร็จ) มาเป็นคำบอกถึงเรื่องของคนที่พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย เจรจาให้หมดไปวันๆ หรือพูดแบบขอไปที ว่าเป็นคนผัดวันประกันพรุ่ง คือชอบเลื่อนเวลาออกไปครั้งแล้ว ครั้งเล่าจนน่าเบื่อ และทำให้หมดความเชื่อถือในคำพูด

-ผักชีโรยหน้า
         โบราณนำวิธีจัดอาหารมาเป็นเครื่องสอนใจคน คือเอา “ผักชี” ซึ่งเป็นผักใช้สำหรับโรยหน้าแต่งสีสันให้อาหารน่ากิน (บางชนิดมีกลิ่นหอม) มาใช้พูดถึงการกระทำของคนที่ชอบทำงานแบบเร่งรัดให้เสร็จๆ ให้เห็นเพียงฉาบฉวย หรือการทำดีพอเอาหน้าเท่านั้น

- ผ้าขี้ริ้วห่อทอง
       คนมั่งมีแต่งตัวซอมซ่อ   

-ผงเข้าตาตนเองเอาออกลำบาก
       บางเรื่องรู้ก็ทำไม่ได้ เช่นคนรู้กฎหมาย เวลาเป็นควาามยังต้องจ้างทนาย เหมือนผงเข้าตาต้องให้คนอื่นช่วยเอาออก

-ผีบ้านไม่ดี ผีป่าก็เข้า
           คนภายในเลวย่อมชักจูงให้คนภายนอกเข้ามากวน

-ผู้ดีว่าขี้ข้าพลอย
         นายว่ากล่าวกัน ตัวเป็นผู้น้อยพลอยว่าด่าบ้าง

-ผิดฝาผิดตัว                
         ให้คนไม่เหมาะสมกับสิ่งที่จะทำ

-ผิดพ้องหมองใจ          
    โกรธเคือง

-ผ้าขี้ริ้วห่อทอง           
     คนมั่งมีแต่ทำตนซอมซ่อ

-ผลพลอยได้
    ได้รับในสิ่งที่นอกเหนือจากที่หวังไว้

-ผ่อนหนักเป็นเบา
      ลดความรุนแรง

-ผักต้มขนมยำ
        ผสมผเสปนเปกันยุ่ง

-ผิดเป็นครู
       ผิดแล้วจำไว้จะได้ไม่ทำอีก

-------------------------------------------------****************************----------------------------------------------

-ฝนทั่งให้เป็นเข็ม
     เป็นสำนวนที่หมายถึง การทำอะไรก็ตามแต่ จะต้องพยายามให้เต็มกำลังความสามารถของตนเอง หรือทำให้สำเร็จลงได้
-ฝากเนื้อไว้กับเสือ
     แปลว่า ไว้เนื้อเชื่อใจโดยฝากสิ่งใดไว้กับผู้ที่ชอบสิ่งนั้น สิ่งนั้นก็ย่อมจะสูญได้เช่นฝากสาวงามไว้กับผู้ชายเจ้าชู้ เจ้าชู้ผู้นั้นหรือจะอดได้
-ฝนตกอย่าเชื่อดาว  มีเมียสาวอย่าไว้ใจแม่ยาย 
     เป็นสำนวนสุภาษิตที่สอนให้ว่า อย่าไว้ใจอะไรที่เดียวจนเกินไปนัก เปรียบกับที่ว่า เห็นดาวอยู่เต็มท้องฟ้า ไม่มีท่าว่าฝนจะตกลงมาเลย แต่ฝนก็อาจจะตกลงมาได้ ส่วนที่ว่า “มีเมียสาวอย่าไว้ใจแม่ยาย” นั้นคงเข้าทำนองที่ว่า แม่ยายที่มีลูกสาวสวยนั้นก็อย่าเพิ่งไปไว้ใจว่า แม่ยายจะไม่คิดพรากลูกสาว หรือเมียสาวของเราไปให้กลับผู้ชายที่มีฐานะดีกว่า เพราะอาจมีแม่ยายบางคนที่เห็นแก่เงินก็ได้
-ฝนตกขี้หมูไหล 
     พลอยเหลวไหลไปด้วยกัน  มักใช้เข้าคู่กับ คนจัญไรมาพบกัน    
-ใฝ่ร้อนจะนอนเย็น ใฝ่เย็นจะเข็ญใจ 
      ใฝ่ร้อน คือให้ขยันมานะบากบั่นทำการงานจะสุขสบาย ภายหน้า ใฝ่เย็นคือเกียจคร้านเสียแต่ต้นจะยากจนในภายหน้า
-ฝนสั่งฟ้า ปลาสั่งหนอง
     สั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย
-ฝรั่งบางเสาธง
      คนวางท่าเหมือนฝรั่ง
-ฝ่าคมหอกคมดาบ
      เสี่ยงภัยในสงคราม เสี่ยงอันตรายจากอาวุธนานาชนิด
-ฝันกลางวัน
     นึกฝันถึงสิ่งที่ไม่อาจเป็นจริง
-ฝากเนื้อฝากตัว
     มอบตัวให้อยู่ในความดูแลของผู้อื่น
-ฝากผีฝากไข้
     ขอยึดเป็นที่พึ่งจนวันตาย

------------------------------------------------****************************-----------------------------------------------

พกหินดีกว่าพกนุ่น
          คำว่า “พกหิน” หมายถึง ใจคอหนักแน่น เปรียบเหมือนเอาหินหนัก ๆ มาไว้กลับตัว ส่วน “พกนุ่น” หมายถึง ใจเบา หรือหูเบาเอนเอียงง่าย เพราะนุ่นเป็นของเบา สำนวนนี้จึงหมายถึง ทำใจคอให้หนักแน่นไว้ดีกว่าหูเบาหรือใจเบา หลงเชื่อคำของคนอื่น
 
พบไม้งามเมื่อขวานบิ่น 
          สำนวนนี้ ใช้เป็นความหมายโดยเฉพาะกับผู้ชายเราที่บังเอิญมาพบผู้หญิงสวยงาม ถูกใจอย่างแท้จริงคนหนึ่งเข้า แต่ก็เป็นการสายเสียแล้ว เพราะวัยของคนชราภาพหรือมีครอบครัวเต็มทีแล้ว ก็เท่ากับว่า สังขารของตนไม่อำนวย เพราะ “ขวาน” ที่จะใช้การก็มามีอัน “บิ่น” ตัดไม้หรือตัดอะไรไม่ได้เสียแล้ว

 พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ 
          หมายถึง การเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขจากของเดิมให้มันผิดแผกแตกต่างออกไปทั้งหมด หรือคิดว่าจะทำอย่างนี้ แต่กลับเปลี่ยนแปลงไปทำอีกอย่างในลักษณะตรงกันข้าม เปรียบได้กับ หลังมือและหน้ามือ

 พิมเสนแลกกับเกลือ
          หมายความว่า ยอมลดตัวเองไปทำในสิ่งที่ต่ำกว่า หรือไม่คู่ควรกัน ความหมายของ “พิมเสน”ย่อมมีราคากว่า “เกลือ” การทำตนเองให้มีราคาตัวของตนตกต่ำลงไปก็เท่ากับว่า เอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ

 พุ่งหอกเข้ารก
          สำนวนนี้ หมายถึงทำอะไรที่สักแต่ว่าทำลงไปให้แล้วเสร็จ โดยไม่คิดคำนึงถึงผลเสียหรือผลที่จะได้รับเป็นอย่างไร เปรียบได้กับการพุ่งหอกเข้าไปในที่รก โดยไม่รู้ว่า หอกนั้นจะไปตกต้องโดนอะไรเข้าไปเป็นผลเสียหายบ้าง เพราะในที่รกย่อมมองไม่เห็นว่ามีอะไร

เพชรตัดเพชร 
          สำนวนนี้ หมายถึงคนที่มีความสามารถดีกับคนที่มีความสามารถพอ ๆ กัน มาพบกันเข้าต่างฝ่ายย่อมจะทำอะไรกันไม่ได้ เพราะเท่ากับเก่งด้วยกัน เหมือนเพชรคม ๆ ด้วยกัน

 พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง 
          หมายความว่า พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ สู้นิ่งไว้ดีกว่า

 แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร
          สำนวนนี้ มาจากธรรมเทศนาที่สอนให้คนเรารู้จักอดกลั้นใจ หรือระงับยับยั้งความโกรธในการที่คิดจะสู้กับฝ่ายศัตรู มิให้เป็นเรื่องราวลุกลามใหญ่โตเกิดขึ้น โดยที่ฝ่ายรู้จักคิดอดกลั้นไม่ต่อกรด้วย ถึงจะเป็นผู้แพ้ก็ได้ชื่อว่า เป็นผู้ประเสริฐกว่าผู้ที่คิดจะทำร้ายเขาเพื่อเอาชนะพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก       
           มีทุกข์สองประการในเวลาเดียวกัน

 

พลั้งปากเสียศีล พลั้งตีนตกต้นไม้
          สอนให้สำรวม อย่าพูดอะไรทำอะไร โดยไม่ระวัง

พอแย้มปากก็เห็นไรฟัน        
          รู้เสียแต่แรกว่าจะพูดอะไร

-------------------------------------------------****************************----------------------------------------------

  • ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ
    เป็นสำนวนเปรียบเทียบให้คนเรารู้จักกาละเทศะ รู้ที่สูงที่ต่ำ หรือรู้ว่าสิ่งใดเหมาะสิ่งใดควรแก่ฐานะของตนเอง ไม่ตีตนเสมอไปหมด
  • ฟื้นฝอยหาตะเข็บ 
    เป็นสำนวนหมายถึง การรื้อเอาเรื่องเก่า ๆ ที่แล้วไปแล้ว มาพูดขึ้นให้เป็นที่สะเทือนใจ และอาจทำให้มีเรื่องมีราวเกิดขึ้นอีกทั้ง ๆ ที่เรื่องนั้นสงบไปนานแล้ว
  •  ฟังหูไว้หู 
    หมายถึง การรับฟังคำพูดหรือเรื่องราวต่าง ๆ ไว้ แต่เพียงรับฟังเท่านั้น อย่าเพิ่งเชื่อไปเสียหมดแปลตามสำนวนก็ว่า ฟังด้วยหูข้างเดียว อีกหูปิดไว้อย่าฟัง หรืออย่าเปิดทั้งสองหูฟังหมด
  •  ฟังไม่ได้ศัพท์  จับเอามากระเดียด
    ได้ยินหรือได้ฟังมาไม่ถนัดชัดเจน ก็นำเอามาพูดบอกผิด ๆ ถูก ๆ หรือมาใช้ผิด ๆ พลาด ๆ
  • ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา 
    ฟังแล้วไม่รู้เรื่อง ฟังแล้วจำไม่ได้
  • ฟังความข้างเดียว
    เชื่อเรื่องที่เขาเล่าให้ฟังโดยไม่ถามอีกฝ่ายหนึ่ง
  • ฟาดเคราะห์
    ตัดใจยอมเสียเพื่อให้หมดเคราะห์
  • ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ
    ไม่ให้หวังเกินฐานะ หรือความสามารถ
  • ฟื้นฝอยหาตะเข็บ
    การขุดขุ้ยเรื่องเก่าๆ ที่ไม่ถูกกันมาพูด
  • ไฟจุกตูด
    มีธุระร้อนมาก
  • ไฟสุมขอน
    อารมณ์ร้อนรุ่มอยู่ในใจ
  • ไฟไหม้ฟาง
    อารมณ์ที่เกิดขึ้นอย่างวู่วาม สักพักก็หาย

    -------------------------------------------------****************************----------------------------------------------
  • มะพร้าวห้าวมาขายสวน 
              สำนวนนี้ เป็นคำเปรียบเปรยคนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือโง่เขลา เช่น เอาอะไรมาแสดงอวดกับคนที่เขารู้ดีอยู่แล้ว หรือเรียกว่าทำไปโดยไม่คิดว่าเขาจะรู้ดีกว่าตน เปรียบเหมือนเอามะพร้าวห้าวหรือมะพร้าวแก่ไปขายกับชาวสวนที่มีมะพร้าวอยู่แล้ว ความหมายอย่างเดียวกับคำว่า “ห้าแต้ม”

    มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ 
              เป็นสำนวนที่หมายถึง คนที่ไม่ช่วยเขาทำงานแล้ว ยังไปทำตัวให้เป็นที่กีดขวางเกะกะแก่งานของเขาอีกด้วย เพราะเมื่อเอาเท้าหรือตีนไปราน้ำเวลานั่งเรือที่เขาพายอยู่ด้วยนั้น ก็ย่อมจะทำให้เท้าไปต้านน้ำไว้ ทำให้เรือแล่นช้าลงอีก

    ไม่ได้ด้วยเลห์เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ เอาด้วยคาถา
              เป็นสำนวนที่หมายความว่า ทำด้วยวิธีหนึ่งไม่สำเร็จ ก็พยายามจะทำอีกวิธีหนึ่ง หรือหาวิธีอื่น ๆ ที่คิดว่าจะทำให้ได้มาทำ เป็นความหมายในทำนองที่ว่า เป็นการใช้อุบายเพื่อเอาชนะอีกฝ่ายหนึ่งให้ได้

    ไม่พ้นชวด ฉลู ขาล เถาะ
              สำนวนนี้ เราอาจจะไม่คอยได้ยินในสมัยนี้นัก เพราะเป็นสำนวนเก่าแก่ของคนในสมัยก่อน ๆ ใช้พูดกัน มีความหมายว่า “ไปไม่รอด”หรือไปไม่ได้ตลอด หรือไปให้ไกลแสนไกลแค่ไหนก็จะต้องหมุนเวียนกลับมาอีก เปรียบเหมือนปี ๑๒ นักกษัตร ที่หมุนเวียนอยู่เรื่อยไปภายใน ชวด ฉลู ถึง กุล สำนวนนี้มักใช้ประชดคนที่ทำใจแข็งโดยไม่สมเหตุผล 

    ไม่มีมูลฝอยหมาไม่ขี้
              หมายความว่า อะไรก็ตามที่เกิดขึ้น มักจะต้องมีเหตุหรือมีเค้ามูลมาก่อน ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ

     ไม่รู้จักเสือ เอาเรือเข้ามาจอด ไม่รู้จักมอดเอาไม้เข้ามาแหย่
              ทั้งสองสำนวนนี้ แปลว่า การทำอะไรที่แสดงความเซ่อเขลาของตนโดยไม่พิจารณาเสียก่อนมักมุ่งหมายไปในทำนองที่ว่า ไปต่อสู้หรือแข่งขันกับคนที่เขาชำนาญกว่าหรือเก่งกว่า โดยไม่รู้ว่าเป็นใคร เช่นหลงไปเล่นการพนันกับนักพนันที่เก่งและชำนาญเข้าโดยไม่รู้จัก เปรียบได้กับเอาเรือเข้าไปจอดในป่าที่มีเสือดุ ๆ หรือเอาไม้เข้าไปแหย่ให้มอดกัดกินเล่นสบาย

    ไม่เห็นน้ำตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอกโก่งหน้าไม้
              หมายถึง การด่วนทำอะไรล่วงหน้าไปก่อน โดยที่ยังไม่รู้ว่า การณ์ข้างหน้าจะมีหวังแน่นอนหรือเปล่า เพราะไม่มีเค้าว่าจะปรากฏภายหน้าให้เห็นเลยเรียกว่า เป็นการคาดคะเนล่วงหน้าไว้ก่อน แล้วก็รีบจัดเตรียมไว้ โดยถ้าหากผิดคาดไปก็เสียเปล่า

    ไม้ซีกงัดไม้ซุง 
              สำนวนนี้ หมายถึง คนผู้น้อยหรือผู้มีฐานะต่ำไปคัดค้าน หรือไปก่อความกับผู้มีอำนาจสูงกว่า หรือมีฐานะดีกว่า ก็ย่อมจะเป็นผู้แพ้หรือทำไม่สำเร็จ มีแต่จะได้รับอันตรายอีกด้วย เพราะไม้ซีกเล็กกว่าไม้ซุง เมื่อเอาไปงัดไม้ซุงจะให้พลิกขึ้น ก็รังแต่ไม้ซีกจะหักเปล่า
     
    ไม้ล้มจึงข้าม คนล้มอย่าข้าม
              ความหมายของสำนวนนี้ อธิบายไว้แล้วใน “คนล้มอย่าข้าม”

    ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก  
              อบรมสั่งสอนให้เด็กประพฤติดีได้ง่ายกว่า อบรมสั่งสอนผู้ใหญ่

    ม้วนเสื่อ 
              เสียการพนันหมดตัว เลิกกิจการ

    มะนาวไม่มีน้ำ 
              พูดไม่มีเยื่อใย

    มัดมือชก 
              บังคับหรือใช้วิธีใดๆให้อีกฝ่ายหนึ่งตกอยู่ในอำนาจ แล้วจัดการตามใจ

    มันเทศขึ้นโต๊ะ 
              ของเลวแต่เอาไปไว้ในที่สูงเกินไป


    -------------------------------------------------****************************----------------------------------------------

    ยื่นแก้วให้วานร 
              หมายถึง เอาของมีค่าหรือของดีไปให้กับคนที่ไม่รู้จักค่าของของนั้น ทำให้เปล่าประโยชน์ความหมายอย่างเดียวกับ “ไก่กับพลอย”

    ยกเมฆ
             สำนวนคำพังเพยคำนี้เป็นคำที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการกล่าวถากถาง เยาะเย้ยโดยตรง จะมีสำนวนที่คล้ายๆ กันอยู่อีกสำนวนหนึ่งคือ “ดั้นเมฆ” เพียงแต่หมายถึงการเดาส่ง ไม่ใช่พูดส่งๆ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้คำนิยามไว้ว่า คือ “การเดาเอา นึกคาดเอาเอง หรือกุเรื่องขึ้น” ที่มาของสำนวนยกเมฆนี้มาจากความเชื่อในลางบอกเหตุที่ปรากฏในก้อนเมฆบนท้องฟ้า ซึ่งผู้ที่ใช้วิธีนี้มากที่สุดคือพวกหมอดู ที่จะใช้วิธียกเมฆในการทำนาย

    ย่างสามขุม
             สำนวนคำพังเพยคำนี้โบราณนำกิริยาของนักมวยเข้ามาเปรียบเทียบ ให้เห็นลักษณะของกิริยาที่เดินเป็นก้าวเป็นจังหวะยักเยื้องเป็นสามเส้า หรือ สามท่า อย่างคนฟันดาบหรือนักมวยในสังเวียน ความหมายของ “ย่างสามขุม” ก็คือ เดินจ้องเขม็งเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อเข้าใส่ นั่นแหละ

    ยาหม้อใหญ่
             คำพังเพยสำนวนนี้ใช้ยาสมุนไพรเข้ามาเปรียบเทียบ ซึ่งถือว่าเป็นคำพังเพยโบราณที่มีความหมายออกไปทางคำนามประกอบคุณศัพท์ คือ หม้อ และใหญ่ ความหมายของพังเพยคำนี้คือ น่าเบื่อหน่าย น่าเอือมระอา ไม่น่ายินดี เพราะยาหม้อใหญ่นั้นจะมีตัวยาสมุนไพรจำนวนมาก และจะมีทั้งความขมและขื่น ไม่พึงประสงค์จะปรุงกินง่ายๆ

    ยกตนข่มท่าน
             คำพังเพยสำนวนนี้ถือว่าเป็นนามธรรม เพราะจะเป็นเรื่องของคำพูด ทำนองยกย่องตัวเอง ข่มขู่ผู้อื่น พูดทับถมผู้อื่น เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองมีความเหนือกว่า กิริยาอย่างนี้โบราณสอนไว้ว่า ถ้ามีอยู่ในผู้ใดก็จะไม่มีใครเขามาร่วมสังฆกรรมเสวนาด้วย

    ยื่นหมูยื่นแมว
             สำนวนคำพังเพยคำนี้โบราณประสงค์จะกล่าวให้เป็นการยืนยันว่าจะทำหรือไม่ทำ นำเอาหมูกับแมวมาเปรียบเป็นอุปมาซึ่งคุณค่าอาจแตกต่างกัน แต่เมื่อเป็นประสงค์ของทั้งสองฝ่าย ก้เอามาแลกกันได้ โดยทั้งสองฝ่ายต่างได้รับในสิ่งที่ต้องการในเวลาเดียวกัน

    ยุ่งเหมือนยุงตีกัน
             สำนวนนี้โบราณมองธรรมชาติของสัตว์เอามาสร้างเป็นอุปมาเปรียบเทียบ ยุงนั้นจะมีจำนวนมากจนเรียกว่า บินว่อนไปหมด เมื่อเวลายุงเกิดอารมณ์โกรธจะเข้าตีกันก็จะเห็นว่ามันชุลมุนวุ่นวาย ใช้เปรียบเปรยเป็นการว่ากล่าวโดยเฉพาะ เป็นสำนวนของผู้ใหญ่หรือผู้อาวุโสใช้กัน ความหมายก็คือ มัน ยุ่งเหยิงสับสนปนเปกันจนดไม่ได้

    ยืมจมูกคนอื่นหายใจ
             โบราณใช้สำนวนคำพังเพยนี้สั่งสอนคนว่า เกิดเป็นคนจะต้องทำทุกอย่างด้วยตนเอง จึงจะประสบผลสำเร็จได้ การอาศัยไหว้วานผู้อื่นให้ทำให้ ไม่สะดวกเหมือนลงมือทำด้วยตนเอง มีบางสำนวนกล่าวว่า “พึ่งจมูกคนอื่นหายใจ” หรือ “เอาจมูกคนอื่นมาหายใจ” มันไม่คล่องเหมือนหายใจด้วยตัวเอง

    ย้อมแมวขาย
             โบราณถือง่าแมวคือเพื่อนที่ซื่อสัตย์ชนิดหนึ่งของมนุษย์ เพราะแมวนั้นอยู่ใกล้ชิดมนุษย์ที่สุด จึงเอาแมวยกเป็นมาเป็นอุทธาหรณ์ว่า การที่ตกแต่งของไม่ดี โดยมีเจตนาให้ผู้อื่นเชื่อว่าดีอย่างนี้ เหมือนจับแมวมาย้อมขน ให้ได้สีตามโฉลกเพื่อจะขายได้ราคาแพง เป็นเรื่องหลอกลวงโบราณไม่เชื่อถือ

    ยกตัวขึ้นเหนือลม 
              ปัดความผิดให้พ้นตัว ยกตนเหนือคนอื่น


    -------------------------------------------------****************************----------------------------------------------

    รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ
              สำนวนนี้ เป็นสำนวนปริศนาที่ตีความยาก แต่ก็พอมีเค้าให้เข้าใจได้ว่า การทำอะไรก็ตามแต่ ควรทำให้พอดี อย่าให้มากเกินไป ถ้าเห็นว่าจะเกินไปทำให้เป็นที่กระทบกระเทือนต่อผู้อื่น ก็ระงับยับยั้งไปเสียหรือจะทำอะไรที่เรียกว่าง่าย ๆ สั้น ๆ เกินไปก็อย่าด่วนทำควรค่อยคิดค่อยทำต่อไปให้เหมาะสม

     ราชสีห์สองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้
              สำนวนนี้ หมายถึงคนสองคนที่ต่างก็มีอำนาจ หรืออิทธิพลยิ่งใหญ่เท่ากัน ย่อมจะอยู่ร่วมกันไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายก็ต่างจะแข่งรัศมีกันด้วย

     รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง
              ตนเองทำไม่ถูกไม่ดี แต่กลับไปซัดโทษเอาผู้ร่วมงานหรือผู้อื่น

     รู้หลบเป็นปลีก  รู้หลีกเป็นห่าง  
              หมายถึง การรู้จักหลบหลีกเอาตัวรอดจากภัยต่าง ๆ ไปได้ ทำนองเดียวกับนกที่มีปีกมีหางบินหนี ศัตรูได้คล่องแคล่วว่องไว เรียกว่า “รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี”

     รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บาแบกหาม  
              สำนวนสุภาษิตประโยคนี้เป็นคำอธิบายความอยู่ในตัวแล้วว่า การรู้วิชาต่าง ๆ ไว้ ย่อมจะมีประโยชน์แก่ตนเอง ใช่จะไร้ประโยชน์หรือเรียนมาให้หนักสมอง

     เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน
              ความหมายของสำนวนนี้ หมายถึงการที่จะต้องเสียอะไรไปสักอย่างแต่ไม่มีทางที่จะต้องสูญเปล่าแล้ว ก็ไม่ต้องวิตกทุกข์ร้อน ย่อมจะมีทางได้คืน เปรียบเหมือนเรือบรรทุกที่ไม่เกิดล่มในหนองเล็ก ๆ หรือ แคบ ๆ ในวงจำกัด ทองก็คงจมอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหนเช่น ยอมลงทุนเสียเงินเสียทอง เพื่อแต่งงานกับคนมีเงินด้วยกัน ทุนที่ลงไปในการแต่งงานก็คงจะไม่สูญเปล่าเพราะทุนไปกองอยู่ด้วยกัน

     เรือล่มเมื่อจอด
              หมายถึง การทำอะไรที่ผ่านพ้นไปได้เรียบร้อยเกือบทุกอย่าง แต่พอใกล้จะสำเร็จก็กลับต้องเสียหายไม่สำเร็จลงไปได้ เรียกว่าผ่านอุปสรรคต่าง ๆ มาด้วยดี มีทางที่จะต้องสำเร็จ แต่พอถึงขั้นสุดท้าย กลับมีอันล้มเหลว

     รีดเลือดกับปู 
              หมายความว่า เคี่ยวเข็ญหรือบังคับเอากับผู้ที่ไม่มีทางจะให้ เช่นรีดเงินจากคนที่ยากจนอยู่แล้ว เหมือนรีดเลือดเอาจากปูเพราะปูไม่มีเลือดจะให้รีด

    ร่มไม้ชายคา 
            ที่พึ่งพาอาศัย

    ร่วมเรียงเคียงหมอน 
            แต่งงานกันอยู่กินกัน

    ร้อนวิชา 
            เร่าร้อนเพราะมีวิชาคาถาอาคมมาก

    รู้น้อยพลอยรำคาญ 
            รู้น้อยไม่เข้าใจ ทำให้เกิดความรำคาญใจมักพูดเข้าคู่กับรู้มากยากนาน


    -------------------------------------------------****************************----------------------------------------------

    ล้วงคองูเห่า
               สำนวนนี้ หมายถึง คนที่ทำอะไรองอาจล่วงล้ำ หรือกล้าเข้าไปทำอะไรแก่ผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า โดยทั้งที่รู้หรืออาจไม่รู้ เช่นการเข้าไปฉกฉวยทรัพย์สินในบ้านของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือกล้าเข้าไปก่อนความเดือดร้อนแก่ผู้มีอิทธิพลในถิ่นนั้น ๆ

    ลงบันไดสามขั้นไม่มีความสุข 
             หมายความว่า การลงบันได คือการออกจากบ้านไปแล้ว ย่อมไม่มีความสุข ความหมายทำนองเดียวกับว่าการจากบ้านของตนเองไปไกล หรือไปอยู่ถิ่นไหนก็คงไม่มีความสุขเหมือนอยู่บ้านเราเอง

     ลงเรือแปะ ตามใจแปะ
              หมายความว่า เมื่อไปอยู่กับใคร หรือไปอาศัยอยู่บ้านใคร ก็ต้องเกรงใจหรือยอมทำตามเขา ความหมายอย่างเดียวกับคำว่า “เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม” (เรือแป๊ะ ก็คือ เรือของตาแป๊ะจีนเก่า ๆ)
     
    ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก   
              หมายถึง คนที่ดีแต่พูดแต่จะให้ทำจริง ๆ กลับทำไม่ได้ เปรียบได้กับการละเลงขนมเบื้อง ซึ่งถือว่าต้องละเลงด้วยฝีมือหรือละเลงเป็นจริง ๆ ถึงจะทำได้ ไม่ใช่ของง่ายนัก

    ลางเนื้อชอบลางยา  
              หมายความว่า แต่ละคนต่างมีรสนิยมแตกต่างกัน หรือไม่ตรงกัน เป็นสำนวนที่ได้มาจากการใช้ยารักษาโรค ที่ว่ายาขนานเดียวกันรักษาคนหนึ่งหายแต่อีกคนหนึ่งไม่หาย ทั้ง ๆ ที่เป็นโรคเดียวกัน แปลว่ายาถูกโรคกับคนหนึ่ง แต่ไม่ถูกโรคกับอีกคนหนึ่ง

    ลิงหลอกเจ้า
              หมายถึง คนที่ต่อหน้าผู้ใหญ่ก็ทำตัวเรียบร้อย แต่ลับหลังซนเป็นลิงเป็นค่าง
     
    ลูกไก่ในกำมือ 
              แปลว่า อยู่ในอำนาจเหนือกว่าจะทำอย่างไรก็ได้ จะให้ตายหรือให้รอดก็ได้ ตามสำนวนเดิมว่า “ลูกไก่อยู่ในกำมือ จะบีบก็ตาย จะคายก็รอด”

    ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น
              ความหมายอย่างเดียวกับที่ว่า “ดูช้างให้ดูที่หาง ดูนางให้ดูที่แม่” เพราะมีความหมายว่า ลูกย่อมไม่แตกต่างไปจากพ่อแม่แต่ถ้าพูดว่า “ลูกไม้หล่นไกลต้น” ความหมายก็อยู่ในลักษณะตรงกันข้าม แปลว่า ลูกที่มีนิสัยห่างไกลหรือแตกต่างกับพ่อแม่
     
    ลูบหน้าปะจมูก  
              สำนวนนี้ มีความหมายโดยเฉพาะถือการกระทำอะไรสักอย่างที่ตั้งใจว่า จะทำโดยเด็ดขาดต่อเมื่อทำลงไปแล้ว ก็กลายเป็นกระทบกระเทือนถึงพวกเดียวกันเองเข้า เช่น การจะสอบสวนหาผู้กระทำผิด ครั้นลงมือสอบไปแล้วก็พบว่า ผู้กระทำผิดนั้นมิใช่ใครอื่น คือพวกพ้องเดียวกันนั่นเอง ทำให้ความตั้งใจอย่างเด็ดขาดแต่แรก มีอันล้มเหลวไป

     เล่นกับหมาหมาเลียปาก เล่นกับสากสากต่อยหัว
              สำนวนต่อเนื่องกันทั้งสองประโยคนี้ มีความหมายว่าการลดตัวเองลงไปเล่นหัวคลุกคลีกับคนที่ต่ำกว่าหรือเด็กที่มีอายุน้อยกว่ามาก คนผู้นั้นหรือเด็กนั้นก็อาจจะเลียตีเสมอลามปามเข้าให้ สำนวนที่ว่า “เล่นกับหมาหมาเลียปาก” นั้นมีประสบการณ์ให้เห็นอยู่บ่อย ๆ เพราะธรรมชาติของหมาเป็นเช่นนั้น

    เลี้ยงช้างกินขี้ช้าง
              หมายถึง ผู้ที่ทำหน้าที่อะไรก็ตามแต่แล้วพลอยได้มีส่วนผลประโยชน์จากหน้าที่ที่ตนทำอยู่นั้น โดยไม่บริสุทธิ์นัก หรือไปในทำนองที่ไม่ชอบธรรม สำนวนนี้มาจากสมัยโบราณ ซึ่งคงจะเป็นที่พบเห็นกันว่า คนเลี้ยงช้างของหลวงในสมัยนั้น คงมีผลประโยชน์พลอยได้จากค่าเลี้ยงดูช้างอยู่บ้างก็ได้ แต่คงไม่มากนัก

    เลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้ 
              สำนวนนี้ มุ่งหมายโดยเฉพาะกับผู้ที่เลี้ยงลูกของตน หรือเลี้ยงเด็กที่เป็นลูกบุญธรรมก็ตาม ถ้าเด็กนั้นมีสันดานชั่วร้าย เมื่อโตขึ้นก็ย่อมก่อความเดือดร้อนลำบาก ให้แก่ตนเองเปรียบได้กับการเลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้ เมื่อยังตัวเล็กอยู่ยังไม่เป็นภัย แต่โตขึ้นก็อาจทำความเดือดให้แก่ผู้เลี้ยงได้เป็นส่วนมาก


    -------------------------------------------------****************************----------------------------------------------

    วัวแก่กินหญ้าอ่อน
             หมายถึง ชายแก่ที่มีภรรยาสาวคราวลูกคราวหลาน มักใช้เป็นสำนวนเปรียบเปรยชายที่ว่านี้

    วัวเคยขา ม้าเคยขี่ 
             หมายถึงชายหญิงที่เคยมีสัมพันธ์กันมา ย่อมรู้จิตใจกันดีอยู่แล้ว

     วัวไม่กินหญ้าอย่าขมเขา 
             หมายความว่า อย่าบังคับหรืออย่าฝืนให้เขาทำอะไรในสิ่งที่เขาไม่สมัคใจ

     วัวสันหลังขาด 
             สำนวนนี้ ยังมีต่อสร้อยด้วยว่า “วัวสันหลังขาด เห็นกาบินผาดก็ตกใจ” มีความหมายถึงคนที่มีอะไรพิรุธหรือมีการกระทำไปแล้ว ในทำนองไม่สู่ดี มักมีอาการคอยหวาดระแวงอยู่เสมอ กลัวว่าจะมีคนรู้เห็นหรือมารื้อฟื้นกล่าวโทษขึ้น สำนวนนี้บางทีก็พูดว่า “วัวสันหลังหวะ” ซึ่งแปลตามสำนวนก็ว่า วัวสันหลังเป็นแผลหวะ หรือมีบาดแผลที่หลัง กาจะบินมาจิกแผลตนเอง

     วัวหายล้อมคอก
             หมายความว่า เมื่อเกิดเรื่องเกิดราวถึงขั้นเสียหายขึ้นเสียก่อน แล้วจึงค่อยมาคิดแก้ภายหลัง หรือไม่คิดหาทางป้องกันไว้แต่แรก ได้คิดก็ต่อเมื่อเกิดการเสียหายขึ้นแล้ว

     วัวลืมตีน
             สำนวนนี้ ใช้เป็นความหมายเปรียบเทียบถึงคนที่ไม่เจียมตัว หรือมีศักดิ์ต่ำแต่คิดเห่อเหิมจะทำตัวให้เทียมหน้าเขา

     วัวเห็นแก่หญ้า ขี้ข้าเห็นแก่กิน
             หมายถึง คนที่ตะกละตะกลาม หรือเห็นแก่กินอย่างเดียว มักมุ่งหมายถึงคนชั้นต่ำที่ทำอะไรเห็นแต่ได้เกินไป

     วันพระไม่มีหนเดียว 
             สำนวนนี้ มักใช้เป็นคำตอบโต้แก่อีกฝ่าย ในทำนองบาดหมางน้ำใจกันหรือในกรณีที่อีกฝ่ายทำให้ได้รับความเจ็บแค้น จึงใช้ไปในทางปรามาสว่า คงจะได้พบกันอีกในโอกาสหน้าหรือวันข้างหน้ายังมีอีก มูลของสำนวนนี้ เข้าใจว่าในสมัยก่อน เมื่อถึงวัน ๑๕ ค่ำ หรือ ๘ ค่ำ ข้างขึ้นข้างแรม เป็นวันที่ชาวบ้านมักมาชุมนุมฟังเทศน์ทำบุญกันพร้อมหน้า ได้พบกันเต็มที่ จึงถือเป็นประเพณีว่าการที่จะพบกันได้อย่างจัง ๆ หน้า ก็ต้องเป็นวันพระนี้เอง

     ไว้ใจทาง วางใจคน จนใจเอง
             สำนวนนี้ อธิบายความหมายอยู่ในตัวแล้ว เป็นสุภาษิตสอนใจคนเราว่า อย่าไว้ใจทั้งในเรื่องหนทาง หรือการเดินทางและในเรื่องจิตใจของคนอื่น ๆ ให้มากนัก จะได้รับเคราะห์โดยไม่รู้ตัวเข้าได้

     ไว้ใจคนตาบอดข้างเดียว ไว้ใจบ่าวตาบอดสองข้าง
             หมายความว่า ไว้ใจลูกนั้น จะไว้ใจหรือวางใจหรือวางใจไม่ได้เต็มที่ ก็หวังได้แต่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น แต่ไว้ใจบ่าวหรือคนใช้กลับยิ่งซ้ำร้าใหญ่ คือหวังอะไรไม่ได้เลย การไว้ใจลูกยังดีกว่า  เพราะลูกเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเรา แต่บ่าวหรือคนใช้เป็นคนอื่น สำนวนนี้ ปัจจุบันนี้อาจจะไม่ค่อยได้พบหรือได้ยินนัก นอกจากคนเก่า ๆ หรือคนมีอายุแล้วจึงจะพูดถึง



    -------------------------------------------------****************************----------------------------------------------

     -ศรศิลป์ไม่กินกัน 
    ไม่ถูกกัน ไม่ลงรอยกัน

           -ศิษย์มีครู 
    คนเก่งที่มีครูเก่ง

           -ศึกหน้านาง
     วิวาทต่อสู้ต่อหน้าหญิงสาวที่ต่างหมายปอง


    -------------------------------------------------****************************----------------------------------------------

    สอนจระเข้ว่ายน้ำ
             หมายถึงการชี้ทางหรือสอนให้คนที่เป็นอยู่แล้วให้เก่งหรือชำนาญขึ้นไปอีก แต่มักมุ่งหมายโดยเฉพาะถึงการสอน หรือแนะนำคนชั่วประพฤติไม่ดีส่วนมาก
     
    สอนหนังสือสังฆราช 
              สำนวนนี้ แตกต่างกับการสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ เพราะหมายถึงการสอนผู้ที่มีความรู้ดีเป็นเยี่ยมอยู่แล้ว โดยที่ไม่รู้ว่าคนผู้นั้นรู้หรือชำนาญดีกว่าตนเสียอีก ความหมายใกล้เคียงกับสำนวนที่ว่า “เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน”
     
    สัญชาติสุนัข อดขี้ไม่ได้
              สำนวนนี้ ใช้เป็นคำเปรียบเปรยถึงคนที่ประพฤติชั่ว ถึงจะเอามาอบรมเลี้ยงดูดีอย่างไร ก็อดประพฤติเช่นเดิมไม่ได้ เปรียบได้กับสุนัขส่วนมากซึ่งชอบกินขี้อยู่เสมอ แต่สมัยนี้เราไม่ค่อยจะได้เห็นดังว่า ก็เพราะส้วมถ่ายอุจาระของเราสมัยนี้มิดชิดไม่ค่อยเรี่ยราดเหมือนสมัยก่อน
     
    สมภารกินไก่วัด
              เป็นสำนวนเปรียบเทียบที่มุ่งหมายโดยเฉพาะ ถึงผู้ชายที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าหรือผู้บังคับบัญชาที่มีหน้าที่ปกครองดูแลหญิงสาวหลาย ๆ คนภายในบ้านหรือภายในวงงาน แล้วก็ถือโอกาสเกี้ยวพาเอาหญิงสาวเหล่านั้น มาเป็นเครื่องเล่นของตนเสียโดยไม่เหมาะสม อีกทางหนึ่งอาจหมายถึงผู้มีอำนาจในการปกครอง ซึ่งชอบหาเศษหาเลยจากการ “คอรัปชั่น” ในหน้าที่ของตนเองก็ได้
      
    สร้างวิมานในอากาศ
              หมายถึง การสร้างความฝันว่าตนเองจะต้องได้เป็นใหญ่หรือ มีเงินทองมั่งมีขึ้นแล้วจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ให้สมกับที่มีเงิน โดยที่ความใฝ่ฝันนั้นยังไม่แน่ว่าจะได้รับสมจริงหรือเปล่า
     
    สาดน้ำรดกัน
              เป็นสำนวนที่หมายถึงการทะเลาะทุ่มเถียงด่าทอโต้ตอบกันไปมา ยังไม่ถึงขั้นที่ลงมือใช้อาวุธซึ่งเท่ากับว่า เอาน้ำมาสาดรดกันให้ต่างคนต่างเปียกด้วยกันทั้งสองข้าง
       
    สาวไส้ให้กากิน
             หมายถึง การที่เอาความลับหรือเรื่องไม่ดีของตนเองหรือของพี่น้องของตนไปเปิดเผยให้คนอื่นฟัง โดยไม่ได้ประโยชน์อะไรแก่ตนเองเลย
       
    สิบเบี้ยใกล้มือ
              หมายความว่า อะไรที่ควรจะได้และอยู่ใกล้หรือเป็นสิ่งที่คว้าได้ง่าย ก็ควรจะคว้าไว้ก่อนดีกว่าที่จะมองข้ามไป เพราะเห็นว่าเป็นของเล็กน้อยและไม่มุ่งเอาของใหญ่ข้างหน้า โดยที่ยังมองไม่เห็นเค้าเลย
      
    สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ
              หมายความว่า เรื่องที่เล่าจากปากคนมาก ๆ ก็อย่าเพิ่งไปเชื่อถือทีเดียวนัก ต้องเห็นด้วยตาเองเสียก่อนและถ้าจะให้แน่จริง ๆ แล้ว ก็ต้องได้อยู่กับเหตุการณ์นั้นด้วย หรือเรียกว่าได้สัมผัสด้วยมือของตนเองจริงๆ จึงจะเป็นของแน่นอน

    -------------------------------------------------****************************----------------------------------------------

     หอกมันแทงมัน  : หมายความว่า  เอาผลที่ได้มาจากการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น  เป็นเครื่องดำเนินต่อไปโดยไม่ต้องลงทุนใหม่  เช่น  เอาเงินที่ได้จากการพนันเสี่ยงโชคนั้นลงไปเสี่ยงในการพนันต่อไป

             หมากัดอย่ากัดหมา  :  หมายความว่า  คนชั่ว  คนชั้นต่ำ  หรือพวกอันธพาลคิดร้ายหรือประทุษร้ายเราอย่างใดอย่าทำตอบ  แต่ควรหลีกเลี่ยงไปเสีย

             หมาเห่าใบตองแห้ง  :  หมายถึง  คนที่ชอบเอะอะโวยวายเป็นที่อวดตัวว่า  ตนเก่งกล้า  แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นคนขี้ขลาด  ไม่กล้าเผชิญกับศัตรู  เปรียบได้กับใบตองแห้งที่ติดกับต้นกล้วย  เวลาลมพัดมามีเสียงดังแกรกกรากหมาได้ยินเข้าหน่อยก็มักจะเห่าส่งเดช

             หมาเห่าไม่กัด  :  ความหมายอย่างเดียวกับ  “  หมาเห่าใบตองแห้ง “  ตามที่สังเกตเอาว่า  หมาที่เห่าเก่ง ๆ นั้นมักจะไม่กัด  และหมาที่ชอบกัดนั้นมักไม่เห่าง่าย

             หมาเห็นข้าวเปลือก  : หมายถึง  การได้เห็นแล้วอยากได้แต่ไม่มีทางที่จะได้  หรือเป็นประโยชน์แก่ตนเองจะโดยฐานะต่ำต้อยหรืออะไรก็ตาม  สำนวนที่เอา  ” หมา “  มาเปรียบนี้มีมาก  แต่มักหมายไปในทางไม่ดี  เช่น  หมาหัวเน่า ,  หมาสองราง  ฯลฯ

    หมูจะหาม  เอาคานเข้ามาสอด  :  หมายถึง  การที่เข้าไปขัดขวางผลประโยชน์  หรือกิจการของคนอื่นที่เขากำลังจะสำเร็จอยู่แล้ว  สำนวนนี้มีต่อท้ายด้วยว่า  ” ผัวเมียเขาจะกอดเข้าไปข้างกลาง “  มีความหมายอย่างเดียวกัน

             หวานนอกขมใน  : หมายถึง  การใช้คำพูดหรือแสดงกิริยาให้อีกฝ่ายเห็นว่า  ดีต่อ  แต่แท้จริงภายในจิตใจกลับตรงกันข้ามกับกิริยาและวาจา

              หักด้ามพร้าด้วยเข่า  : หมายความว่า  ใช้วิธีบังคับหรือเตี่ยวเข็นเอาอย่างหักโหม  ตามความต้องการของตนเอง  โดยไม่คำนึงว่า  จะเกิดผลเสียอย่างไรบ้าง  ” พร้า “  หมายถึงมีดใหญ่ที่ใช้สับและฟัน  คนสมัยก่อน ๆ มักจะใช้คำพูดควบกันไปว่า  ” มีดพร้า “  และเป็นของประจำทุกครัวเรือน  จึงมักจะนิยมเอามาผูกสำนวน

              หัวมงกุฎท้ายมังกร  : หมายถึง  การทำอะไรที่ไม่เข้ากันหรือขัดกัน  เช่น  ประกอบอะไรขึ้นสักอย่างมีหัวกับท้ายหรือหางไม่เหมือนกัน  หรือไม่กลมกลืนกัน  สำนวนนี้มักมักพูดกันว่า  ” หัวมงกุฎท้ายมังกร “  ไปเสียแท้จริงแล้วต้องเป็น  ” มังกุ “  ไม่ใช่   ” มงกุฎ “  เพราะ ” มังกุ “  เป็นชื่อเรือต่อชนิดหนึ่ง และ ” มังกร “  ก็เป็นชื่อเรืออีกชนิดหนึ่งเหมือนกัน  สำนวนนี้เอาเรือที่ประดิษฐ์หัวเรือและท้ายเรือ  เป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ เช่น เรือหงษ์  เรือมังกร  มาเปรียบ

               หัวล้านนอกครู  :  สำนวนนี้ต่างกับคำว่า  ” หัวล้านได้หวี “  เพราะหมายถึง  คนที่ทำอะไรนอกแบบแผน  หรือไม่ทำอย่างที่คนธรรมดาเขาปฏิบัติกันอยู่ทั่วไป  โบราณมักจะเอาคนหัวล้านมาผูกเป็นประโยคสำนวน  หรือคำพังเพยส่วนมาก  เข้าใจว่า  คนหัวล้านในสมัยนั้นคงมีพฤติการณ์อะไรแปลก ๆ หรือเป็นจุดเด่นให้สังเกตได้ง่ายก็อาจเป็นได้


    -------------------------------------------------****************************----------------------------------------------

    อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น
               สำนวนนี้มีความหมายอธิบายอยู่แล้ว คือเมื่ออาศัยอยู่บ้านใคร ก็อย่าอยู่เปล่า ควรช่วยทำงานทำการให้เป็นประโยชน์ต่อเขาบ้าง เพียงแค่เอาดินมาปั้นเป็นตุ๊กตาให้เด็ก ๆ ลูกหลานในบ้านท่านเล่นก็ยังดี แต่ประโยคนี้ เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นว่า เพียงแต่ช่วยดูแลเด็กเล็กในบ้านให้แก่ท่านผู้นั้นก็ถือว่าเป็นประโยชน์ดีกว่าอยู่เปล่า ๆ
     
    อ้อยเข้าปากช้าง 
              หมายความว่า สิ่งที่หลุดลอยไปเป็นของคนอื่นแล้ว ก็ย่อมจะสูญหรือไม่มีทางจะได้คืนมาง่าย ๆ มักหมายถึงการที่เสียรู้หรือเสียประโยชน์ไปโดยถูกช่วงชิง หรือโดยความผิดพลาดอย่างหนึ่งอย่างใดแล้ว อย่าหวังจะได้กลับคืนมาทีเดียวนักเปรียบเหมือนอ้อยซึ่งเป็นอาหารโปรดของช้าง เมื่อตกเข้าไปอยู่ในปากช้างแล้ว “ยากที่จะง้างออกมาได้”

    อัฐยายซื้อขนมยาย   
              หมายถึงการได้รับประโยชน์หรือได้รับทรัพย์จากผู้ใดผู้หนึ่ง แล้วเอาทรัพย์นั้นมาใช้กับผู้นั้นต่อ เข้าทำนองที่ว่า เอาเงินจากผู้นั้นมาแล้ว กลับเอาเงินนั้นไปซื้อของมีค่าจากผู้นั้นอีกโดยที่เราไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แต่คนนั้นกลับเป็นฝ่ายต้องเข้าเนื้อ ตามความหมายตรงตัวของสำนวนอยู่แล้ว
     
    เอาจมูกคนอื่นมาหายใจ
              สำนวนนี้ บางทีก็ว่า “ยืมจมูกคนอื่นเขามาหายใจ” มีความหมายไปในทำนองที่ว่า อาศัยความคิดหรือแรงของคนอื่นมาทำงานให้ตน โดยไม่คิดว่าจะได้รับผลเต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่ากับที่ตนเองทำหรือไม่ และมักจะไม่ได้ผลดังที่ตนต้องการทีเดียวนัก

    เอาใจเขามาใส่ใจเรา
             สำนวนนี้ มุ่งให้คำนึงว่า ควรจะมีความเห็นใจซึ่งกันและกัน หรือนึกถึงอกเขาอกเราบ้าง ว่าตัวเราจะรู้สึกอย่างไร ถ้าเขาทำอย่างนั้นกับเรา

    เอาทองไปรู้กระเบื้อง 
              สำนวนนี้ ความหมายอย่างเดียวกับ “พิมเสนแลกกับเกลือ” ความหมายว่า ลดตัวเองลงไปต่อสู้กับคนที่ต่ำศักดิ์กว่า โดยไม่คู่ควรกัน

    เอาหัวเดินต่างตีน 
             จะทำให้แปลกพิสดารออกไปอย่างไรก็ไม่ยอมเชื่อ หรือไม่เชื่อเป็นเด็ดขาด แต่สำนวนนี้มักเอามาใช้เป็นคำพนันขันต่อ เป็นทำนองว่า “ถ้าลื้ือทำได้ อั๊วยอม เอาหัวเดินต่างตีน”


    view

     หน้าแรก

     บทความ

     เว็บบอร์ด

     รวมรูปภาพ

     ติดต่อเรา

    view